คำเตือน : โหลดโหดนะค่าพี่น้อง
ไม่ได้แว๊บมานาน แหะๆ จากอัพบล๊อกเดือนละหน เริ่มกลายเป็นบล๊อกหมักเกลือข้ามเดือนไปซะเลี้ยว เหตุผลที่ไม่อัพก็ง่ายๆเหมือนเดิมก็คือขี้เกียจอาค่าาาา แหมๆๆๆ คนเราก็ต้องมีกันมั่งเน้อ (แต่รู้สึกจะเป็นงี้มาครึ่งปีแล้วไม่ใช่เรอะฉ้าน บู่ววว) ไหนๆวันนี้ก็วันเกิด ขอทำประโยชน์ให้สังคมมั่ง ที่ผ่านๆมาไม่ได้ทำอะไรนอกจากวาดรูปไก่ ดองบังฯ ฉลองเนื่องจากเป็นดารา (เท่าที่รู้ว่า) ที่เกิดวันเดียวปีเดียวกัน แต่ถ้าจะมาอวยพรกับไมโลว่า "สุขสันต์วันเกิดนะไก่!" นี่ฉ้านไม่ปลื้มฟ่ะ เหอๆ
เรามาเข้าโหมดคลาสเรียนสีน้ำกันเลยดีกว่า บอกไว้ก่อนนะว่าต่อไปนี้จะเป็นขั้นตอนแบบ advance เพราะจะให้บอกว่าเป็นคลาสสีน้ำสำหรับ beginner ก็ไม่ได้ ใช้ลูกเล่นเยอะไปหน่อยและจะข้ามการอธิบายในหลายๆส่วนไป (ขี้เกียจ) อ่านตรงไหนไม่เข้าใจบอกกันได้นะจร้า
Watercolour Tutorial by Milo Studio
ft. "In the Bush of Roses" -- Vampire Knight Fanart
ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์กันก่อนดีกว่า...
อุปกรณ์ทั้งหมดได้แก่
- ดินสอ 2B - พู่กันไซส์ 0.8, 6, 20 (ไมโลใช้ยี่ห้อ Da Vinci)
- ปากกาตัดเส้นแบบกันน้ำ (water resistant) ขนาด 0.05 กับ 0.1
- สีน้ำแบบก้อน (cakes) ยี่ห้อ Ashby รุ่น Floral Palette กับสีน้ำแบบหลอด (tubes) ของศิลปากรประดิษฐ์
- ที่กั้นสี (masking fluid) - ทิชชู่แผ่นใหญ่แบบที่ใช้ในห้องครัว (จะใช้ผ้าแทนก็ได้)
- จานสี - น้ำ 1-2 แก้ว แล้วแต่จะใช้
- กระดาษสีน้ำ ในที่นี้ไมโลใช้แบบเป็นสมุดฉีกเอา ยี่ห้อง่ายๆหาซื้อได้ทั่วไป เล่มละ 60 บาท
ก่อนจะเริ่มลงสี มาดูภาพร่างกันก่อน คอนเซปป์ในการวาดครั้งนี้คือ "ท่านคานาเมะในดงกุหลาบที่มืดมิด" พอคิดได้แล้วก็หัดสเก็ตภาพท่านคานาเมะบนสมุดสเก็ตก่อนสักสองสามภาพจนกว่าจะพอใจเส้นของตัวเอง ค่อยวาดจริงลงบนกระดาษสีน้ำ เสร็จแล้วไมโลก็ลอกโครงสร้างของดอกกุหลาบลงไปแบบหยาบๆ ตามด้วยกิ่งกุหลาบทั้งหลายแหล่
มาถึงขั้นตอนแรกก่อน ขอไล่ตามภาพไปเลยนะ
A. ตัดเส้นท่านคานาเมะให้เรียบร้อย ย้ำน้ำหนักเส้นในจุดที่ควรย้ำ และเบาในจุดที่ควรเบานะจ๊ะ หุๆ
B. ลงสีผิวก่อนเป็นลำดับแรกโดยใช้สีน้ำแบบก้อนก่อน ไมโลผสมสีเหลือง lemon + สีส้ม vermilion hue ต่อด้วย crimson นิดหน่อย แล้วปาดลงไป อย่ากลัวว่าปาดแล้วจะเข้มไปเพราะสีน้ำจะจางลงประมาณ 10% เมื่อแห้ง และไม่ต้องกังวลว่าที่ปาดจะล้ำเส้นรึเปล่าเพราะของมันแก้กันได้ กำหนดแสงเงาคร่าวๆลงบนผิวไปด้วยเลย
C. ผสมสีส้มกับสีแดงเข้าด้วยกันอีกรอบ ย้ำตามจุดที่เป็นแสงเงามากขึ้น เพื่อทำให้ผิวดูมีมิติ ชีวิตชีวามากขึ้นอีกหน่อย ที่ไมโลจงใจใช้โทนสีนี้เพราะพิเศษเพราะเดี๋ยวจุดอื่นจะใช้สีเย็นเข้าตัด ถ้าผิวเป็นสีร้อนมันจะเด่น
D. ป้ายสีเหลืองไปตามเส้นผมเพื่อเป็นพื้นสีชั้นที่ 1 อย่าลืมว่าผมท่านคานาเมะหนะสีน้ำตาลเข้มนะจ๊ะ และก็ป้ายลงบนผิวท่านคานาเมะเพราะเป็นการชักเงา ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีประหนึ่งท่านคานาเมะแอบไปทำสปามา (กร๊ากกก นึกภาพก็หยองกิ้วแล้วโว้ย)
E. ลงเงาสีเข้มสุดด้วยการเพิ่มสีดำลงไปบนผิว ตอนนี้เองไมโลใช้สี ivory black ของศิลปากร ละลายน้ำเข้าให้มากๆเพื่อเจือจางแล้วลงสีตามจุดที่เป็นเงาเข้มต่างๆ เช่นซอกคอ, ไรผม, เงาจมูก หลังจากนั้นก็ปาดสีดำบนผมท่านคานาเมะเป็นชั้นที่ 2
F. กลับมาใช้สีน้ำก้อนอีกรอบ (ก็คนมันถนัดแบบนี้นี่นา ใช้สับไปสับมา ฮ่าๆ) ไมโลผสมสีม่วง violet กับสีน้ำเงิน turquoise เข้าด้วยกันในส่วนของเสื้อเชิร์ต หลังจากนั้นก็ป้ายที่กั้นสีลงบนโครงสร้างของดอกกุหลาบที่ร่างไว้ ที่กั้นสี หรือ masking fluid มีคุณสมบัติคือเป็นยางคล้ายๆยางพารายึดเกาะกระดาษไว้ เวลาเราลงสี ตรงที่ป้ายที่กั้นสีไว้จะไม่ติดสีไปด้วย และสามารถลอกออกได้ทีหลังค่า _(^w^)/ ♥ เมืองไทยหาซื้อที่ไหนไม่รู้นะ นี่ไมโลฝากพี่ชายซื้อมาอีกที
**ลายที่ละเอียดมากๆอย่างลายกุหลาบนี้ไมโลไม่แนะนำให้มือใหม่คนไหนใช้ที่กั้นสีเด็ดขาด เพราะว่าที่กั้นใช้ทาเข้าลายยากและเลอะง่าย ถ้าซื้อที่กั้นสีแบบจุ่มต้องเลือกพู่กันเน่าๆแบบเตรียมใจทิ้งมาใช้กับที่กั้นสีเพราะมันล้างออกยากมากๆ และถ้าป้ายบางเกินไป เวลาลอกออกจะทำได้ยากสุดๆ
G. เอาสีดำที่เหลือจากลงเงามาปาดๆๆๆๆลงบนแบ็กกราวน์รอบๆท่านคานาเมะ จะทับผมไปบ้างก็ช่างมัน ป้ายรอบๆให้ทั่วๆเพื่อทำให้ภาพดูมืดมนขึ้น เน้นย้ำตามบริเวณรอบๆตัวท่านคานาเมะเพื่อทำให้ภาพดูลึกขึ้น
**ไมโลย้ายตำแหน่งดอกกุหลาบตูมด้านซ้ายล่างไปไว้ทางขวาเพื่อทำให้ภาพสมดุลขึ้นน่อ
H. กลับมาที่สีน้ำศิลปากร ไมโลใช้สี burnt sienna (น้ำตาลเปลือกไม้?) ลงสีผมท่านคานาเมะให้ออกน้ำตาลมากขึ้นและกำหนดเงาแสงเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย แล้วก็ผสมสี prussian blue ปาดลงไปบนเสื้อเชิร์ตให้ดูเข้มขึ้นและกลืนกับฉากสีดำอีกหน่อย
I. ผสมสีดำ ivory black กับน้ำในอัตราที่เข้มข้นกว่าอันเดิม ลงสีผมท่านคานาเมะเพื่อให้ดูเป็นผมสีน้ำตาลเข้ม ย้ำแบ๊กกราวน์รอบๆตัวท่านคานาเมะให้เข้มขึ้นประหนึ่งว่าท่านคานาเมะเปล่งออร่าความมืดออกมา มันจะทำให้ภาพดูลึกลับขึ้นด้วยน้า ♥ (ทำให้ท่านคานาเมะยิ่งเท่ห์ด้วย อร๊างงงงง)
J. ใส่สีดำให้ผมอีกสักชั้นและป้ายสีน้ำตาลเข้มตามจุดที่เป็นแสงเงาอีกรอบ หลังจากนั้นก็ใช้สีน้ำแบบก้อนลงสีแขนงดอกกุหลาบ เริ่มจากใช้สีเขียวอ่อนสุดคือ leaf green ต่อด้วย emerald hue และเก็บรายละเอียดก้านด้วย olive green (เขียวขี้ม้า)
K. เก็บรายละเอียดสุดท้ายของแขนงด้วย hookers green ระวังอย่าใส่รายละเอียดให้พวกใบไม้มากเกินไป ไม่งั้นมันจะมาข่มท่านคานาเมะ ภาพมันจะดูรายละเอียดเยอะไปหน่อย (คนลงสีขี้เกียจด้วยเหอะ ขอบอก) หลังจากงั้นก็งัดสีศิลปากรมาอีกรอบ ทาน้ำเปล่าลงบนโครงสร้างดอกกุหลาบให้ชุ่มก่อน แล้วก็ปาดกสี siam ruby (แดงเข้ม) ตามลงไป 1 รอบแล้วตั้งกระดาษขึ้นประมาณ 60 องศา ระหว่างนั้นก็ป้ายสีแดงอีกรอบ พยายามทำให้สีมันย้อยลงมา ถ้ามันยังไม่ย้อนก็หยดน้ำเปล่าตามลงไป หรือไม่ก็เอาด้ามพู่กันหรือดินสอกระทุ้งน้ำที่มาออกกันตรงก้นดอกให้มันไหลลงไปเป็นทาง ถ้าคิดว่ามันไหลพอแล้วก็วางกระดาษนอนลงไปตามเดิม
** ขั้นตอนนี้ต้องระวังให้มากๆ เพราะมีสิทธิสีเลอะ ภาพจะเละเอาได้ง่ายๆนะจ๊ะ
L. เพิ่มความมืดมนให้ภาพอีกรอบ ด้วยการผสมสีดำเจ้าเก่า แต่คราวนี้ต้องการให้ได้ texture เบลอๆที่พู่กันให้ไม่ได้ เลยเลือกใช้ฟองน้ำ จุ่มลงไปในสี แล้วแปะๆๆๆ มันเบาๆลงบนรูป หลีกเลี่ยงไม่ให้โดนผิวกับดอกกุหลาบ จะทับเสื้อเชิร์ตไปบ้างก็ได้เพื่อที่ว่าจะได้กลืนลงไปกับสีดำด้วย (งานนี้ต้องการให้ผิวกับดอกกุหลาบเด่นขึ้นมามากๆเลยต้องเว้นไว้) เอ๊าะ และก็ลงสีแดงลงบนตาท่านคานาเมะด้วยน่อ เกือบลืม ฮ่าๆ
M. แค่สีแดงย้อยมันยังไม่สะใจ คราวนี้ไมโลอยากให้ภาพดูมี movement มากขึ้นและเพิ่ม texture ที่สะดุดสายตาลงไปอีกหน่อย ก็เลยเอาพู่กันเอียงลงกับขอบดอกกุหลาบ แล้วตบลงเบาๆ ให้สีที่เกาะอยู่บนพู่กัน เปื้อนติดลงไปตามชายดอกกุหลาบ ทำให้มันดูเลอะๆหลอนๆอีกนิด
และนี่คือผลลัพท์ที่ได้จากข้างบนจ้า
N. ทีนี้ถึงคราวลอกที่กั้นสีออกมั่ง อย่างที่บอกไปก็คือมันมีลักษณะเหมือนยางนิ่มๆแปะอยู่กับกระดาษ แต่เวลาลอกนี่ต้องระวังค๊อตๆ!! ถ้าป้ายทิ้งไว้นานๆ หรือมีอะไรไปกดทับมันมันจะติดตึ๋งหนึบชนิดอยากจะกราบสามทีขอร้องให้มันหลุดออกมาทีเถิ๊ดดดด!! (ถึงได้เกลียดที่กั้นสีอิ๊บอ๊าย) ไมโลใช้เข็มเย็บผ้าขนาดกลางค่อยๆแงะมันขึ้นมาทีละอันๆ อย่างที่บอกคือลายนี้ไม่แนะนำให้มือใหม่ใช้ เพราะขนาดไมโลเองยังใช้เวลาเฉลี่ย 30 นาทีในการลอกที่กั้นสีต่อหนึ่งดอก.. อ้วกกกกกกกกกกก
O. ขั้นดอกสุดท้ายคือไฮไลต์สีขาวลงไปตามจุดต่างๆได้แก่ดวงตา และหยดเลือดจากกุหลาบเลือดของเรา จะใช้สีน้ำสีขาวแบบผสมเข้มข้น หรือจะใช้สีโปสเตอร์ก็ได้ บางคนก็ใช้คัตเตอร์ขูดเอา แล้วแต่ถนัดจ้า \(^w^)/
in the bush of roses (6"x8")
เสร็จแว้ว!! ได้ออกมาเป็นรูปร่างตามนี้แล เยส!!!! (แหงะ พึ่งเห็นว่าพอสแกนแล้วมุมขวาล่างเบลอวุ้ย ข้างบนที่ผ่านๆมาใช้ถ่ายรูปเอา) สีน้ำรูปนี้รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ขั้นตอนยุ่งยากพอสมควรและกินเวลาเยอะ (ไมโลใช้ไป 5 ชม.ครึ่ง ไม่นับที่ต้องมานั่งลอกไอ้ที่กั้นสีบ้านั่นดอกละครึ่งชม.) ความจริงสีน้ำแบบง่ายๆ เบสิกๆกว่านี้และออกมาดูดีก็มี ไว้ไมโลจะทำ how to ให้ในครั้งต่อๆไปถ้ามีโอกาสแล้วกันน่อ อิๆ
คลาสสีน้ำเวอร์ชั่น eng (ภาพเป็น jpeg เซฟทีเดียว ได้ครบทุกขั้นตอน)
-> http://milostudio.deviantart.com/art/Watercolour-Tutorial01-Kaname-87641584
ภาพเสร็จสมบูรณ์แบบเต็มๆ ชัดๆ
-> http://milostudio.deviantart.com/art/In-the-Bush-of-Roses-VK-fanart-87641849
*****************
เบื้องหลัง
เมื่อกี้ลืมเตือนไปว่าเวลาทำสีน้ำต้องระวังพู่กันหน่อย เพราะไอ้สีฟ้าที่เลอะๆหนะ เป็นเพราะไมโลมัวแต่ถ่ายรูปเพลินพู่กันที่เลอะสีฟ้าเลยกลิ้งตกลงตรงนั้นซะงั้น ส่วนจุดด่างๆดำๆข้างบนเพราะตอนลองสีดำแล้วสีมันกระเด็น.. นึกภาพว่าถ้าสีที่กระเด็นเป็นสีส้มหรือสีอะไรสักอย่างที่แก้ยากนะ... เหอๆ....
โต๊ะจะรกมากๆ เวลาทำสีน้ำ เพราะไมโลดันเป็นพวกใช้สีสองชนิดด้วย ของบานตะไทไปหมด บางครั้งถ้าขี้เกียจใช้ทิชชู่ที่แสนจะสิ้นเปลือง ไมโลก็จะใช้ผ้าขี้ริ้ว (ที่อดีตเคยเป็นผ้าถุง ลายมันสวยดีเลยเก็บไว้ใช้) ซับพู่กันแทน ส่วนทางขวาเป็นกระดาษลองสีที่ฉีกเอาด้านหลังผลงานที่ต้องการทิ้งมาใช้ (เสียดายกระดาษ) เวลาลงสีน้ำก็จิบชาฟังเพลงไปด้วย เพลินดีนะ
เวลาเก็บของสภาพโต๊ะจะดูดีขึ้นมานิดหน่อย ฮ่าๆๆๆ อันนี้พักไว้ก่อน มีอารมณ์ค่อยมาลอกที่กั้นสี
โต๊ะรกๆ จากอีกมุมนึง โชคดีที่ได้ย้ายห้องนอนไปอยู่ห้องใหญ่แล้ว ก็เลยมีพื้นที่ให้โต๊ะทำงาน ล้อมรอบด้วยชั้นหนังสือการ์ตูนที่ใกล้ทะลักเต็มทน.. ไม่สิทะลักแล้ว.. เพราะตอนนี้คินดะอิจิเกือบยี่สิบเล่มต้องกองกับพื้นแม้ว่าจะเอาการ์ตูนผู้หญิงลงลังไปตั้งเป็นร้อยเล่ม.. อ๊ากก!!!
ปล. อยากได้ผ้าม่านสีเขียวสดๆจัง ไมโลชอบสีจัดจ้าน 555+
โอ๊ยยยยยยย!! วันเกิดปีนี้ก็ได้ทำประโยชน์ไปอีกอย่างนึง หวังว่าคลาสสีน้ำนี่จะอ่านแล้วเก็ตกันนะ ไมโลอธิบายเหมือนจะดูดี แต่ความจริงแล้วเป็นคนชอบพูดอะไรวกวนกว่าที่คิด กลัวอ่านแล้วไม่เก็ตอะ... ส่วนเรื่องแปล quiz นี่ขี้เกียจอ๊า!! จะบอกว่าแปลควิส "SJ คนไหนที่เหมาะกับคุณ" ค้างไว้เป็นชาติแล้ว เหลือแปลคำถามอีกสองข้อก็เสร็จแต่ไม่มีกำลังใจเลยฟ่ะ... การ์ตูนขึ้นหน้าฟาร์มอีกเหมือนกัน เหลืออีกสองหน้าครึ่งเอง ทำไมเรามันช่างเป็นคนค้างๆคาๆหนอ?
เฮ้อ.. หลังจากนี้ถ้าได้งานทำแล้วคงยิ่งหายหัวมากกว่านี้รึเปล่าหนอเรา? ตอนนี้ก็เป็นฟรีแลนด์ไปก่อน (ไม่ใช่งานเกี่ยวกับวาดรูปหรอก) แต่นี้ก็อายุ 22 แล้ว ควรหางานประจำได้แล้วสินะ โอยย ขี้เกียจโว้ยยยยย
จุ๊บๆทุกท่าน ขอบพระคุณที่แวะมา มีอะไรอยากบอกหรืออยากถามคอมเม้นไว้ได้เต็มที่น่อ สุดท้ายนี้.. Happy Birthday to meeeeeeeeee!!! ♫♪... (ปีนี้บัตรประชาชนหมดอายุต้องไปทำใหม่มาล่ะ แก่จริงๆ!)
edit @ 4 Jun 2008 21:58:06 by \•Milo Studio•/